
ทีมชัชชาติเดินหน้าเก็บภาษีที่ดินปลูกกล้วย-มะนาวใจกลางกรุง ตีกรอบที่ดินผังเมือง 3 สี “แดง-ม่วง-เม็ดมะปราง” โซนพาณิชยกรรม โรงงาน คลังสินค้า ทำหนังสือหารือคลังออกข้อบัญญัติ กทม.เก็บภาษีเกษตรกรรมเต็มเพดาน 0.15% หรือล้านละ 1,500 บาท ดัดหลังนายทุนนำที่ดินเงินล้านมาปลูกกล้วยหวังจ่ายภาษีต่ำสุด 0.01% ถ้าทำสำเร็จแลนด์ลอร์ดอ่วมถ้วนหน้าจ่ายภาษีแพงขึ้น 15 เท่า
นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความคืบหน้าในการทบทวนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประเภทภาษีเกษตรกรรม จากการนำที่ดินเปล่าใจกลางเมืองมาปลูกพืชเกษตรเพื่อจ่ายภาษีในอัตราต่ำ ล่าสุด กทม.ได้มีการทำหนังสือหารือไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีที่ดินฯ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา
สาระสำคัญที่ขอหารือ เพื่อต้องการยืนยันว่า กทม.ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถออกข้อบัญญัติเรียกเก็บภาษีที่ดินในอัตราชนเพดานภาษีตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย หากสามารถทำได้คาดว่าจะทำให้ กทม.มีรายได้จัดเก็บภาษีที่ดินฯเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภาษีที่ดินมีการกำหนดอัตราภาษี 2 ราคา กล่าวคือ กฎหมายแม่ (พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2562) กำหนดภาษีสูงสุดหรือกำหนด “เพดานภาษี” ไว้ โดยผู้จัดเก็บคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศไทยจำนวน 7,852 แห่ง (ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2562) สามารถจัดเก็บต่ำกว่าได้ แต่ห้ามจัดเก็บเกินเพดานภาษีที่กำหนด
ขณะที่มี “อัตราผ่อนผัน” หรืออัตราแนะนำในช่วงเริ่มจัดเก็บภาษีที่ดิน เพื่อบรรเทาภาระภาษีและลดแรงต้านในการบังคับใช้กฎหมาย โดยออกเป็นกฎหมายระดับพระราชกฤษฎีกา ดังนั้น จึงมีช่องว่างระหว่างเพดานภาษีกับอัตราภาษีผ่อนผัน ดังนี้
มาตรา 37 ตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ 2562 กำหนดเพดานภาษี แบ่งเป็น ประเภทเกษตรกรรม ไม่เกิน 0.15% หรือล้านละ 1,500 บาท, ประเภทที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 0.3% หรือล้านละ 3,000 บาท, ประเภทการค้าและพาณิชยกรรม ไม่เกิน 1.2% หรือล้านละ 12,000 บาท และประเภทที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่เกิน 3% หรือล้านละ 30,000 บาท

ช่องว่างภาษี 5-15 เท่า
ส่วนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้เผยแพร่อัตราภาษีแนะนำหรือภาษีผ่อนผัน มีข้อสังเกตอย่างน้อย 2 จุดหลัก คือ
1.ประเภทเกษตรกรรม มีอัตราแนะนำ 0.01-0.1% หรือจัดเก็บล้านละ 100-1,000 บาท ในขณะที่เพดานภาษีอยู่ที่ล้านละ 1,500 บาท ทำให้มีช่องว่างในการจ่ายภาษีเกษตรกรรมที่แตกต่างกัน 5-15 เท่า
2.ประเภทที่ดินเปล่า ซึ่งมีความซับซ้อนเป็นอย่างมากในการทำอัตราแนะนำ กล่าวคือ 2.1 เพดานภาษีจริง ๆ คือ 3% หรือล้านละ 30,000 บาท แต่ในการจัดเก็บให้เริ่มต้นใช้อัตราเดียวกันกับประเภทพาณิชยกรรม อยู่ที่ 1.2% หรือล้านละ 12,000 บาทจากนั้น 2.2 มีอัตราแนะนำโดยให้เริ่มต้นจัดเก็บจริงอยู่ที่ 0.3% หรือล้านละ 3,000 บาท
ดังนั้น จากเพดานภาษีที่ดินเปล่าซึ่งแพงที่สุดในจำนวน 4 ประเภทดังกล่าว ทำให้มีการบริหารภาษีด้วยการนำที่ดินเปล่าปลูกพืชผักเพื่อเข้าเกณฑ์จ่ายภาษีประเภทเกษตรกรรม
แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” เพิ่มเติมว่า ขณะนี้สำนักการคลัง กทม. ได้ยกร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มอัตราภาษีที่ดินประเภทเกษตรกรรมให้มีการจัดเก็บสูงสุดตามเพดานภาษี อยู่ที่ 0.15% หรือล้านละ 1,500 บาท ในกรณีมีการนำที่ดินเปล่าในโซนผังเมืองที่ไม่ใช่ผังเมืองสีเขียวแต่นำมาใช้ประโยชน์ประกอบการเกษตร
โดยการเพิ่มภาษีที่ดินเกษตรกรรมดังกล่าว โฟกัสไปที่การใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมายผังเมือง 3 ประเภทคือ ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมหรือผังเมืองสีแดง, ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมหรือผังเมืองสีม่วง และที่ดินประเภทคลังสินค้าหรือผังเมืองสีเม็ดมะปราง
ทั้งนี้ ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร 2556 จำแนกที่ดินเป็น 10 ประเภท ได้แก่ 1.โซนสีเหลือง ประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย 2.สีส้ม ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง 3.สีน้ำตาล ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก 4.สีแดง พาณิชยกรรม 5.สีม่วง อุตสาหกรรม
6.สีเม็ดมะปราง ประเภทคลังสินค้า 7.สีขาวทแยงเขียว อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม 8.สีเขียว ชนบทและเกษตรกรรม 9.สีน้ำตาลอ่อน ที่ดินอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และ 10.โซนสีน้ำเงิน ประเภทสถานที่ราชการ สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
เบื้องต้น พิจารณาจากร่างข้อบัญญัติ กทม.ที่กำลังจะออกมาบังคับใช้ พบว่า กทม.เตรียมขึ้นภาษีที่ดินเกษตรกรรมชนเพดานภาษี เฉพาะการนำที่ดินเปล่าในผังเมืองสีแดง-สีม่วง-สีเม็ดมะปรางมาปลูกพืชเกษตร ส่วนผังเมืองสีอื่น ๆ ให้ใช้อัตราภาษีที่ดินฯที่เป็นอัตราผ่อนผันตามเดิม
ผู้สื่อข่าวสำรวจโซนสีผังเมือง 50 เขตในพื้นที่ 1,500 ตารางกิโลเมตรของ กทม. พบว่า ผังเมืองสีแดง ประเภทพาณิชยกรรม มีการกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ โดยมีจำนวน 4 เขตที่ไม่มีผังเมืองสีแดง ได้แก่ เขตสะพานสูง ผังเมืองสีเหลือง, เขตพระโขนง โซนสีส้ม, เขตบางคอแหลม-เขตดินแดง โซนสีน้ำตาล และมี 5 เขตที่ผังเมืองสีแดงกินพื้นที่ 90-100% ได้แก่ เขตบางรัก, เขตปทุมวัน, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, เขตราชเทวี และเขตสัมพันธวงศ์
สำหรับผังเมืองสีม่วงพบใน 8 เขตหลัก ได้แก่ เขตหนองจอก, เขตลาดกระบัง, เขตมีนบุรี, เขตบางบอน, เขตบางซื่อ, เขตประเวศ, เขตบางขุนเทียน และเขตคันนายาว สุดท้าย ผังเมืองสีเม็ดมะปรางพบใน 2 เขตที่เขตคลองเตยกับเขตลาดกระบัง
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า การจะจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้เต็มเพดาน เป็นอำนาจหน้าที่ของ กทม. ที่สามารถพิจารณาดำเนินการได้เองอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องหารือกระทรวงการคลังแต่อย่างใด
“เป็นอำนาจหน้าที่ของเขาที่จะต้องไปพิจารณาเอง หากจะจัดเก็บเต็มเพดาน” นายอาคมกล่าว
ขณะที่ นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สศค.อยู่ระหว่างพิจารณาตามที่ กทม.ได้ทำหนังสือหารือมา อย่างไรก็ดี ตามกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ให้อำนาจท้องถิ่นในการเก็บภาษีเพิ่มได้เองอยู่แล้ว ไม่ต้องหารือมาที่กระทรวงการคลังแต่อย่างใด
นอกจากนี้ กทม.ยังสามารถออกข้อบัญญัติเก็บภาษีได้เอง โดยไม่ต้องขอคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัด เหมือนกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ด้วย เพราะกฎหมายยกเว้นให้ไม่ต้องเสนอคณะกรรมการดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของกรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2565 สามารถจัดเก็บไปได้ 9,598,387,829.69 บาท จากเป้าหมายการจัดเก็บภาษี 7.5 พันล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายกว่า 27.98% ซึ่งเป็นตัวเลขจากการสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จ เหลือแปลงสำรวจอีก 38%
อัพเดตข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 กรุงเทพมหานครสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปแล้วกว่า 61.75% โดยมีข้อมูลที่สำรวจแล้วประเภทที่ดินจำนวน 1,327,676 แปลง ประเภทบ้านที่มีบ้านเลขที่จำนวน 1,069,625 หลัง และห้องชุดจำนวน 965,101 ห้อง
ขณะที่ท็อป 10 รายได้จัดเก็บภาษีที่ดินรอบปี 2565 จากจำนวน 50 เขต เรียงรายได้ภาษีสูงสุด เริ่มจากเขตคลองเตย, เขตปทุมวัน, เขตวัฒนา, เขตบางรัก, เขตจตุจักร, เขตห้วยขวาง, เขตสาทร, เขตบางนา, เขตราชเทวี และเขตหลักสี่